know-edge.org เป็น Personal Channel ของ ชัยยุทธ์ ชำนาญเลิศกิจ มีวัตถุประสงค์ เป็นแหล่งในการ share ความรู้และประสบการณ์ เพื่อการพัฒนามืออาชีพ ทางด้าน Digital Transformation และ Good Governance ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการพาตนเองให้เจริญเติบโต และอยู่รอดได้ ภายใต้ Chaotic, Fractured and Emergence World ที่เกิดจาก Geopolitical Conflicts และ Systemic Disruption ที่มีแรงหนุนจาก Climate Extreme
คำว่า know-edge มีที่มาจากคำว่า knowledge ที่ตัดตัว L ตรงกลางทิ้ง คำท้ายจึงกลายเป็นคำว่า edge ที่มีที่มาจาก คำว่า cutting edge หรือหมายถึง ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นคำว่า know-edge จึงเป็นคำที่กำหนดขึ้นใหม่ แตกต่างจาก knowledge ของดั้งเดิม
_Cropped.jpg)
คำว่า “know-edge” จึงต่างความเข้าใจที่คุ้นชิน แต่หมายถึงศักยภาพและสมรรถนะของตัวเรา ที่จะสามารถ “execute” ณ.ชายขอบของความไม่แน่นอน ที่ซึ่ง “ความรู้” กับ “ความไม่รู้” ได้ผสมรวมกัน และความปรับเปลี่ยน “transformation” ได้เริ่มต้นขึ้น
“Know-Edge is not merely what we know, but our capacity to act at the edge of uncertainty—where knowledge meets the unknown, and transformation begins.”
(สนใจการวิเคราะห์ของ AI กับคำว่า know-edge คลิกที่นี่)
<aside> 📢
ฺBecoming Deep Learner toward 2050 Building know-edge for the World of 2050
</aside>
โลกในศตวรรษที่ 21 กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงแบบ nonlinear transformation ที่ทั้งรวดเร็ว ซับซ้อน และเชื่อมโยงกันในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม-เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวิถีชีวิตมนุษย์ ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันเพื่ออำนาจ และการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด กำลังผลักดันโลกเข้าสู่ภาวะของความสับสน เปราะบาง และแตกแยก
กระแสของ Digital Transformation ได้เร่งให้ระบบจำนวนมากเคลื่อนจากโลกกายภาพสู่โลกดิจิทัล เกิดเป็นสังคมแบบ Cyber-Physical System และภาวะ virtualization ในแทบทุกมิติของชีวิต โลกจึงกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะที่ในที่นี้เรียกว่า Chaotic, Fractured and Emergence World (CF&E World) โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ความเลื่อมล้ำ และการเกิดขึ้นของความเป็นไปได้ใหม่ในเวลาเดียวกัน
ภายใต้บริบทเช่นนี้ การเป็นเพียง Fast Learner อาจไม่เพียงพออีกต่อไป โลกอนาคตต้องการ Deep Learner — ผู้ที่สามารถคิดอย่างลึกซึ้งไม่ฉาบฉวย มองเห็นความเชื่อมโยงของระบบ เข้าใจผลกระทบระยะยาวของการเปลี่ยนแปลง กล้าตั้งคำถามต่อสิ่งที่ดูคล้ายกับเป็นความจริง และเรียนรู้ท่ามกลางความไม่แน่นอนได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นแนวคิดของ know-edge จึงไม่ได้หมายถึง “ความรู้” ที่สะสมกันมาเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง
“ความสามารถในการรู้คิดและตัดสินใจ ณ ชายขอบแห่งความไม่แน่นอน”
เป็นการก้าวสู่ “edge of knowing” หรือพื้นที่ระหว่างสิ่งที่มนุษย์รู้ กับสิ่งที่ยังไม่รู้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ นวัตกรรมถือกำเนิด ปัญญาถูกทดสอบ และอนาคตถูกสร้างขึ้น ปี 2050 จึงไม่ได้เป็นเพียงหมุดหมายแห่งกาลเวลา แต่เป็นจุดกึ่งกลางของศตวรรษที่ 21 — จุดที่มนุษยชาติจะถูกทดสอบว่า เทคโนโลยีจะนำโลกไปสู่ความแตกแยกและความเสื่อมถอยแบบ Dark Age หรือจะนำไปสู่การฟื้นฟูอารยธรรมดิจิทัล และการก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง Digital Renaissance
Manifesto นี้ จึงเป็นความตั้งใจในการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยน และการพัฒนา Know-Edge สำหรับคนรุ่นใหม่และทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ลึกซึ้ง ยั่งยืน และมีความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น
(สนใจการพัฒนาเนื่อหาของ Manifesto นี้ร่วมกับ AI ดูได้ที่นี่)
การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยตามแนวคิดของ know-edge จาก CF&E World เข้าสู่ยุค Digital Renaissance ต้องอาศัย การพัฒนา Capacity Areas ของ States, Sectors, Enterprises และ Active Citizens จึงเกิดเป็น know-edge capacity framework 10 ประการ
know-edge core
enabler layer
transformation & Impact layer